ขายอีกรอบทรัพย์สินเครือข่ายทรานลี่ รถบัส-เรือ ทำยอดได้ 15 ล้านบาท

โพสเมื่อ : Tuesday, November 1st, 2016 : 5.50 pm

ปปง.ขายทอดตลาดทรัพย์สิน เครือข่ายทรานลี่ ทราเวิล จำกัด กับพวก ครั้งที่ 2 คนสนใจน้อย ขายได้ จำนวน 12 รายการ ได้ยอดเงินกว่า 15 ล้านบาท imageเมื่อเวลา 10.00 น. วันนี้ (1พ.ย.) ที่ห้องประชุมเทศบาลนครภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินรายเครือข่าย บริษัท ทรานลี่ ทราเวิล จำกัด กับพวก ครั้งที่ 2 โดยการประมูลในวันนี้เป็นการประมูลทรัพย์สินที่เหลือมาจากการประมูลเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งมีทรัพย์สินที่นำมาประมูล 39 รายการ ประกอบด้วย เรือสปีดโบ๊ท จำนวน 6 ลำ และรถบัสปรับอากาศ จำนวน 33 คัน ซึ่งบรรยากาศการประมูลในวันนี้เงียบเหงา มีผู้สนใจเข้าร่วมเสนอราคาบางตา

ในส่วนของการเปิดประมูลครั้งนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในเครื่องแบบ และนอกเครื่องร่วมสังเกตการณ์ และรักษาความปลอดภัยกว่า 20 นาย โดยมี คณะกรรมการจัดการประมูลร่วมเป็นสักขีพยาน นำโดย พ.ต.อ.โกวิท ภิรมย์วงศ์ อดีตรองเลขา ปปง. ทำหน้าที่ประธานกรรมการการขายทอดตลาดทรัพย์สินเครือข่ายทรานลี่ นายวิทยา นีติธรรม รองประธานฯ และคณะกรรมการอื่นๆ เข้าร่วม image

สำหรับในการประมูลครั้งนี้ เรือสปีดโบ๊ทสามารถทำราคาสูงได้ทั้งหมด 6 รายการ เช่น เรืออินทรีมารีน 828 ราคาเริ่มต้นที่ 900,000 บาท มีการสู้ราคาถึง 1,540,000 บาท เรืออินทรีมารีน 898 ราคาเริ่มต้นที่ 900,000 บาท ราคาประมูลได้สูงถึง 2,400,000 บาท เรืออินทรีมารีน ราคาเริ่มต้นที่ 150,000 บาท ราคาประมูลได้ 220,000 บาท เรืออินทรีมารีน 996 ราคาเริ่มต้นที่ 950,000 บาท ราคาประมูลได้ 1,840,000 บาท เรืออินทรีมารีน 551 ราคาเริ่มต้นที่ 500,000 บาท ประมูลได้ที่ 1,800,000 บาท และเรืออินทรีมารีน 3 ราคาเริ่มต้นที่ 350,000 บาท สามารถประมูลได้ 680,000 บาท ในส่วนของรถบัสปรับอากาศยี่ห้อ YUTONG ไม่สามารถทำราคาได้สูง ซึ่งมีเพียงการประมูลได้ในราคาเริ่มต้น image

นายวิทยา นีติธรรม ผู้อำนวยการกองกฎหมายสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในฐานะรองประธานฯ เปิดเผยว่า การขายทอดตลาดทรัพย์สินในเครือข่ายทรานลี่ ทราเวิล จำกัด และพวก ครั้งที่2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 -4 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งในวันนี้ (1 พ.ย.59) ผู้สนใจเข้าร่วมประมูล ทั้งจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และบุคคลทั่วไป โดยมีคณะกรรมการจัดการประมูลร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งผลการประมูลในวันนี้ เป็นการประมูลเรือนำเที่ยว จำนวน 6 ลำ โดยจำนวน 5ลำ เป็นเรือจากการประมูลครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ประมูลไม่ได้นำเงินชำระได้ทันเวลาที่กำหนด จึงได้นำมาเปิดขายประมูลใหม่ และอีก 1 รายการคือเรือที่จะมีการเพิกถอนแต่มิได้มีการเพิกถอนจึงนำมาประมูลเช่นกัน โดยเรือทั้ง 6 ลำ จบการประมูลที่ 8,480,000 บาท และการประมูลรถบัสปรับอากาศ จำนวน 6 คัน จบการประมูลที่ 7,100,000บาท รวมยอดเงินที่ได้จากการประมูลในครั้งนี้อยู่ที่ 15,580,000 บาท image

“อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีผู้สนใจเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้จำนวนน้อย ทางปปง. จึงขอยกเลิกการประมูลในวันที่เหลือทั้งหมด ทั้งนี้ในส่วนของทรัพย์สินที่เหลืออีก จำนวน 27 รายการนั้น ทางคณะกรรมการขายทอดตลาดของสำนักงานปปง. จะประชุมพิจารณาหารือหาแนวทางกันอีกครั้ง และอาจจะมีการปรับลดราคาของทรัพย์สินลง และจะนำมาประมูลอีกครั้ง ภายใน 2 เดือน แต่ถ้าหากนำประมูลแล้วไม่มีบุคคลใดสนใจทางสำนักงานปปง.อาจจะให้หน่วยงานราชการอื่นรับทรัพย์สินที่ไม่สามารถขายทอดตลาดได้ไปใช้ในทางราชการต่อไป” นายวิทยากล่าวในที่สุด