โรงแรมกะตะธานีฯ ต้นแบบ จัดการขยะตั้งแต่ต้นทางจนเหลือ 0 ที่แรกของเกาะภูเก็ต
โพสเมื่อ : Thursday, January 8th, 2026 : 3.47 pm
โรงแรมกะตะธานี ต้นแบบ จัดการขยะตั้งแต่ต้นทางจนเหลือ 0 ที่แรกของเกาะภูเก็ต ลดต้นทุน เผยลงทุนสร้างเตาเผาขยะ เพียง 2 ล้านกว่าบาท แต่จัดการขยะได้หมดทั้งโรงแรม ล่าสุดเปิดบ้านต้อนรับ ผู้ว่าฯ – เอกชน ศึกษาดูงาน
ปัญหาขยะ นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบในภาพรวม ความพยายามในการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานต่างๆยังไม่สามารถลดปริมาณขยะที่ส่งเข้ามายังศูนย์บริหารจัดการขยะได้อย่างเห็นผลที่ชัดเจน ทำให้ขณะนี้ปริมาณขยะที่หลั่งไหลจากทั่วเกาะเข้ามายังศูนย์ฯ ตกวันละกว่า 1,200 ตัน ในขณะที่เตาเผาขยะสามารถรองรับได้แค่วันละ 700 ตัน ทำให้ขยะล้นออกจากเตาเผาไปยังบ่อฝังกลบวันละกว่า 500 ตัน ซึ่งปัจจุบันบ่อฝังกลบไม่สามารถรองรับขยะได้แล้ว และมีขยะที่ค้างอยู่ในบ่อฝังกลบกว่า 1.2 ล้านตัน
ล่าสุด ทางโรงแรมกะตะธานี ภูเก็ต บีช รีสอร์ท เปิดบ้านต้อนรับ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยสมาชิกสมาคม ผู้ประกอบการ ภาคเอกชนภูเก็ต นายกเทศมนตรีตำบลกะรน เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการขยะ และ น้ำเสียในโรงแรม โดยมีสมบัติ อติเศรษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร โรงแรมกะตะธานี และผู้บริหาร นำเยี่ยมชม ซึ่ง รร.กะตะธานีฯ เป็นโรงแรมเดียวในเกาะภูเก็ต ที่สามารถจัดการขยะได้อย่างเบ็ดเสร็จจนเหลือ 0 นอกจากนั้นยังมีระบบบำบัดน้ำเสีย เครื่องจัดการขยะอินทรีย์ ซึ่งจากการจัดการขยะแบบเบ็ดเสร็จสามารถสร้างรายได้จากขยะปีละกว่า 9 แสนบาท และในปี 2568 สามารถจัดการขยะได้ 1,323 ตัน
นายสมบัติ กล่าวว่า การจัดการขยะ และเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่ทางโรงแรมให้ความสำคัญ มาอย่างยาวนาน 30 ปี และ ตรงกับพันธกิจของจังหวัดภูเก็ตในการแก้ปัญหาขยะ ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตกำลังประสบปัญหาขยะมูลฝอยอย่างหนัก ในส่วนของโรงแรมจึงให้ความสำคัญในเรื่องของการลดขยะต้นแต่ต้นทางเพื่อลดภาระขอของเตาเผาขยะ โดยตั้งเป้าลดปริมาณขยะทุกชนิดให้เป็น 0 โดยดำเนินการทั้งระบบกำจัดขยะทั่วไป และขยะอินทรีย์ โดยทางโรงแรมลงทุนในการทำเตาเผา ขนาดเล็ก ใช้งบประมาณเพียงแค่กว่า 2 ล้านบาท ซึ่งไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงในการเผาขยะ หรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ จุดแค่ไม้ขีดก้านเดียว ก็สามารถจัดการเผาขยะได้วันละ 2.5 ตัน นอกจากนั้นยังมีระบบการจัดการขยะอินทรีย์ โดยการใช้จุลินทรีย์ในการย่อยสลาย หรือ โรงกำจัดเศษอาหารเป็นศูนย์ (ZERO FOOD WASTE ) ซึ่งนอกจากจะสามารถกำจัดขยะได้แล้ว ยังนำผลที่ได้จากการย่อยสลายไปทำเป็นปุ๋ย ที่สามารถนำไปใส่ต้นไม้ และส่งขาย
อย่างไรก็ตามจากการดำเนินการบริหารจัดการขยะภายในโรงแรม ได้ทั้งหมด ส่วนขณะรีไซเคิ้ลมีการเก็บเพื่อส่งไปขาย ในแต่ละปีสามารถทำรายได้กลับมาให้กับโรงแรมในจำนวนหนึ่ง ซึ่งปีที่ผ่านมามีรายได้กลับมาประมาณ 9 แสนบาท อย่างไรก็ตามนอกจากเรื่องของขยะ ทางโรงแรมยังดำเนินการเรื่องของน้ำ ทั้งน้ำใช้ และน้ำเสีย ซึ่งทางโรงแรมมีระบบนำบัดเสียแบบครอบวงจร ซึ่งนอกจากบำบัดน้ำเสียแล้วยังนำตะกอนที่เหลือจากการบำบัดน้ำเสียมาทำเป็นปุ๋ย ซึ่งทั้งใช้ในโรงแรม และส่งขาย
ขณะที่ นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัญหาขยะเป็นปัญหาสำคัญของจังหวัดภูเก็ต หากผู้ประกอบการสามารถนำแนวคิดการลดและคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางไปปรับใช้ จะช่วยลดขยะของภูเก็ตได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะขยะอินทรีย์และน้ำเสีย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมทางทะเล หากมีการบำบัดน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพก่อนปล่อยลงสู่ระบบธรรมชาติ จะช่วยรักษาความสะอาดของทะเลและภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวและกระตุ้นการเดินทางกลับมาเที่ยวซ้ำ
ภูเก็ตเติบโตจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยวมายาวนานกว่า 40–50 ปี การกลับมาให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อมจึงเป็นเรื่องที่ภาคเอกชนต้องร่วมรับผิดชอบ โดยโรงแรมกะตะธานี ถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่าการบริหารจัดการขยะและน้ำเสียอย่างถูกต้อง และเป็นระบบ สามารถทำได้จริง ทั้งระบบเตาเผาขยะที่ไม่ใช้พลังงาน ระบบกำจัดขยะเปียกซึ่งเป็นปัญหาหลักของจังหวัด และการจัดการตะกอนจากน้ำเสียที่ช่วยลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล
การดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ภารกิจของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ภาคเอกชนต้องเริ่มลงมือทำอย่างจริงจัง ภาคเอกชนมอง ว่า การลงทุนในระบบจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม แม้อาจมีต้นทุนในช่วงเริ่มต้น แต่จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ทั้งค่าขนส่งขยะ ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า รวมถึงลดการใช้ปุ๋ยและสารปรับปรุงดิน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตในฐานะแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพและยั่งยืนในอนาคต
ขณะที่ นายนิรัตน์ กว่า จังหวัดให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย ซึ่งถือเป็นประเด็นใหญ่ที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อน โดยจังหวัดเตรียมจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง เทศบาล อบต. อบจ. รวมถึงผู้ประกอบการ สถานศึกษา โรงเรียน วิทยาลัย และชุมชนขนาดใหญ่ เพื่อนำต้นแบบการบริหารจัดการขยะและระบบบำบัดน้ำเสียของโรงแรมกะตะธานีไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่และแต่ละธุรกิจ เพื่อร่วมกันลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง และสร้างระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้กับจังหวัดภูเก็ตในระยะยาว
สิ่งที่ได้มีการสั่งการไปแล้วคือเรื่องของการจัดการลดขยะอินทรีย์ซึ่งมีประมาณ 60 % ของปริมาณขยะที่เข้าเตาเผาทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทางภายในเดือน ม.ค.นี้ ถ้าทำได้เชื่อว่าจะแก้ปัญหาขยะภูเก็ตไปได้ระดับหนึ่ง นอกจากนั้นยังได้มอบหมายให้ไปศึกษาเรื่องของการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในการกำจัดขยะเพื่อลดปริมาณขยะที่จะส่งเข้าเตาเผา ส่วนขยะที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่บ่อฝังกลบขยะที่มีอยู่ประมาณ 1.2 ล้านตัน ตนจะรับหน้าที่ในการเข้าไปแก้ไขปัญหา ต่อไป
- อบจ.ภูเก็ต ร่วมส่งมอบจักรยานให้แก่โรงเรียน/ชุมชน เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ 2569...
- ทน.ภูเก็ต พบปะให้กำลังใจนักกีฬาฟุตบอล เตรียมพร้อมสู่การแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กร...
- นายกฯแตนสำรวจจุดติดตั้งตู้ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (#EVCharger)...
- เทศบาลนครภูเก็ต ขอเชิญร่วมงานวันเด็ก ประจำปี ๒๕๖๙ ณ บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกีย...
- ทต.ราไวย์ ร่วมประชุมผู้ประกอบการเรือที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้สปีดโบ๊ท...
- ทต.ราไวย์ ทำบุญ 2 ศาสนา เนื่องในโอกาสปีใหม่ 2569...
- January 2026 (15)
- December 2025 (46)
- November 2025 (39)
- October 2025 (39)
- September 2025 (30)
- August 2025 (30)
- July 2025 (32)
- June 2025 (19)
- May 2025 (22)
- April 2025 (21)
- March 2025 (35)
- February 2025 (23)
- January 2025 (23)
- December 2024 (21)
- November 2024 (25)
- October 2024 (24)
- September 2024 (39)
- August 2024 (33)
- July 2024 (36)
- June 2024 (34)
- May 2024 (38)
- April 2024 (38)
- March 2024 (46)
- February 2024 (37)
- January 2024 (38)
- December 2023 (41)
- November 2023 (33)
- October 2023 (30)
- September 2023 (53)
- August 2023 (53)
- July 2023 (41)
- June 2023 (46)
- May 2023 (48)
- April 2023 (50)
- March 2023 (59)
- February 2023 (61)
- January 2023 (59)
- December 2022 (63)
- November 2022 (64)
- October 2022 (69)
- September 2022 (56)
- August 2022 (59)
- July 2022 (41)
- June 2022 (49)
- May 2022 (60)
- April 2022 (50)
- March 2022 (49)
- February 2022 (40)
- January 2022 (39)
- December 2021 (56)
- November 2021 (51)
- October 2021 (44)
- September 2021 (26)
- August 2021 (31)
- July 2021 (20)
- June 2021 (20)
- May 2021 (17)
- April 2021 (4)
- March 2021 (16)
- February 2021 (20)
- January 2021 (5)
- December 2020 (16)
- November 2020 (18)
- October 2020 (20)
- September 2020 (21)
- August 2020 (15)
- July 2020 (23)
- June 2020 (14)
- May 2020 (8)
- April 2020 (64)
- March 2020 (97)
- February 2020 (48)
- January 2020 (74)
- December 2019 (54)
- November 2019 (49)
- October 2019 (41)
- September 2019 (51)
- August 2019 (61)
- July 2019 (70)
- June 2019 (73)
- May 2019 (81)
- April 2019 (72)
- March 2019 (63)
- February 2019 (70)
- January 2019 (77)
- December 2018 (71)
- November 2018 (84)
- October 2018 (82)
- September 2018 (60)
- August 2018 (88)
- July 2018 (136)
- June 2018 (95)
- May 2018 (99)
- April 2018 (89)
- March 2018 (70)
- February 2018 (83)
- January 2018 (79)
- December 2017 (77)
- November 2017 (87)
- October 2017 (90)
- September 2017 (79)
- August 2017 (111)
- July 2017 (106)
- June 2017 (97)
- May 2017 (77)
- April 2017 (64)
- March 2017 (74)
- February 2017 (62)
- January 2017 (104)
- December 2016 (103)
- November 2016 (106)
- October 2016 (103)
- September 2016 (110)
- August 2016 (132)
- July 2016 (153)
- June 2016 (95)
- May 2016 (124)
- April 2016 (57)
- August 2015 (1)
- June 2015 (2)
- May 2015 (9)
- April 2015 (1)
- March 2015 (2)
- February 2015 (1)









