“เลพัง” หมดสิทธ์คืนธรรมชาติผลตรวจ ชัด ลูกผสม แนะจัดที่อยู่ใช้ฟื้นฟูจระเข้น้ำเค็ม

โพสเมื่อ : Thursday, October 5th, 2017 : 4.54 pm

หมดสิทธิ์กลับสู่ธรรมชาติ ! ผลตรวจ “เลพัง”ระบุชัดเป็นพันธ์ลูกผสม ระหว่างจระเข้น้ำจืด – น้ำเค็ม คาดเกิดจากการเลี้ยง ไม่สามารถปล่อยกลับธรรมชาติได้ ผู้ว่าภูเก็ตเผยรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องเลพัง  ขณะนักวิชาการเสนอสร้างที่อยู่เฉพาะให้เป็นแหล่งเรียนรู้ฟื้นฟู จระเข้น้ำเค็มให้กลับมา

จากรณีมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถ่ายภาพจระเข้ขนาดใหญ่กำลังว่ายน้ำอยู่ในทะเล ใกล้กับหาดเลพัง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา และมีการนำภาพดังกล่าวไปแชร์ในโลกโซเชี่ยล จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง และมีหลายภาคส่วนเรียกร้องให้ทางจังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว จนกระทั้งมีการลงพื้นที่ตรวจสอบ และมีรายงานว่ามีการพบจระเข้ขนาดใหญ่อีกครั้งในขุมน้ำขนาดใหญ่ซี่งอยู่ใกล้กับหาดเลพัง

 

หลังจากนั้นทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้แต่งตั้งคระทำงานเพื่อจับจระเข้ตัวดังกล่าว ซึ่งมีการประสานความร่วมมือระหว่างจังหวัด อำเภอ สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ชุดไกรทองจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมทั้งภาคเอกชน ร่วมกันจับจระเข้ตัวดังกล่าว จนกระทั้งวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาทีมไกรทองจากภูเก็ต และสุราษฎร์ ชาวประมงพื้นบ้าน ภาคเอกชน สามารถจับจระเข้ตัวดังกล่าวได้ และนำมาดุแลเป็นการชั่วคราวที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง เขต5 (ภูเก็ต) เพื่อรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสายพันธ์ให้ชัดเจน

 

จนกระทั้งเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา 8 ก.ย.ที่ผ่านมา นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญ สัตวแพทย์จากมหิดล ได้ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อหาแนวทางในการดุแลจระเข้เลพัง ที่ทางเจ้าหน้าที่จับได้ รวมทั้งเพื่อตรวจสอบสายพันธ์ที่แท้จริงว่า เลพัง เป็นจระเข้อะไร ระหว่างจระเข้น้ำเค็ม หรือ

งล่าสุดมีรายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ผลตรวจดังกล่าวได้ส่งกลับมาแล้วโดยผลตรวจระบุชัดว่าจากการตรวจดีเอ็นเอ จระเข้ดังกล่าวเป็นพันธ์ผสม ระหว่างจระเข้น้ำจืด หรือจระเข้สยามกับจระเข้น้ำเค็ม  สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่ก้าวร้าว ซึ่งนอกจากจะส่งผลตรวจทางผู้เชี่ยวชาญยังได้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางในการดูแลและปฏิบัติกับจระเข้เลพัง ดังนี้ 1.ผลยืนยันทางพันธุกรรมเป็นจระเข้ลูกผสมและประวัติการพบเห็นในธรรมชาติบริเวณพื้นที่ไม่เคยมีการพบเห็น จระเข้น้ำเค็มมาก่อน จึงเชื่อว่าจระเข้ตัวดังกล่าวเป็นจระเข้ที่เกิดจากฟาร์ม หรือมีการเลี้ยง แต่หลุดออกไปสู่ธรรมชาติโดยไม่ทราบสาเหตุและแหล่งที่มา

 

2.เมื่อจระเข้ตัวดังกล่าวเป็นจระเข้พันธ์ผสม จึงไม่สามารถปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ หรือนำไปใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมจระเข้แท้ได้ 3.ทางออกของจระเข้ตัวนี้ถือเป็นทางออกของการฟื้นฟุจระเข้น้ำเค็ม โดยเป็นตัวกระตุ้นความตระหนักของการมีจระเข้อีกครั้งในแหล่งควบคุมที่เป็นแหล่งเดิมอย่างเช่นพรุไม้ขาวด้วยการทำพื้นที่แยกลูกจระเข้ผสมให้เป็นสัดส่วน นำจระเข้น้ำเค็มพันธ์แท้ขนาดและจำนวนที่เหมาะสม เข้ามาเลี้ยงในบริเวณที่ควบคุมที่เป็นธรรมชาติโดยจัดตั้งเป็นแหล่งเรียนรู้อนุรักษ์และเพาะพันธ์จระเข้ของภูเก็ตต่อไป

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ทางประมงได้ส่งรายงานผลการตรวจมาให้ทางจังหวัดภูเก็ตแล้ว ซึ่งทราบว่าทางอธิบดีกรมประมงจะแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง ส่วนแนวทางในการดำเนินการต่อไปหลังจากทราบผลก็คงจะต้องให้กรมประมงเป็นคนดำเนินการ แต่ขณะนี้ไม่สามารถปล่อยกลับสู่ธรรมชาติได้อย่างแน่นอน ส่วนจระเข้ตัวดังกล่าวมาจากไหนมีคนเลี้ยง หรือหลุดจากฟาร์มขณะนี้ก็กำลังอยู่ระหว่างการจรวจสอบ เนื่องจากพื้นที่บริเวณใกล้เคียงก่อนหน้านี้ก็มีฟาร์มเลี้ยงจระเข้ แต่เพิ่งเลิกกิจการไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา

 

ส่วนกรณีที่ผ่านหน้านี้มีกระแสข่าวว่า มีชาวต่างชาติเลี้ยงจระเข้และนำมาปล่อยสู้ธรรมชาติ เรื่องนี้ทางจังหวัดก็ไม่ได้นิ่งนอนใจมีการตรวจสอบและให้ผู้นำชุมชนออกหาข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า แต่ก็ยังเฝ้าติดตามตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา ส่วนจะมีการดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับจระเข้เลพังคงจะต้องรอดุความชัดเจนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง