เปิดปาก 2 ผู้ต้องหาใช้พาสปอร์ตปลอม รับสั่งทำจากอินเดีย ราคาสูงลิ่ว
โพสเมื่อ : Sunday, May 21st, 2017 : 9.37 am
2 ผู้ต้องหา ใช้พาสปอร์ตปลอม เปิดปาก สั่งทำหนังสือเดินทางปลอมมา จากประเทศอินเดีย ราคาสูง ทำเสร็จเอามาส่งที่ภูเก็ต หวังใช้เดินทาง ไปทำงานเป็นกุ๊กที่ประเทศแคนนาดา แต่ถูกจับได้ที่เกาหลี
จากกรณีผู้ต้องหาชาวต่างชาติจำนวน 2 คน ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองควบคุมตัวส่ง สภ.สาคู ดำเนินคดีใช้พาสปอร์ตปลอมในการเดินทาง ซึ่งถูกส่งตัวกลับมาจากประเทศเกาหลี เมื่อวานนี้ ( 20 พ.ค.) และได้ก่อเหตุหลบหนีออกจากสถานีตำรวจ สภ.สาคู หลังเจ้าหน้าที่นำตัวมาสอบปากคำและเตรียมนำส่งฟ้องศาล ซึ่งหลังเกิดเหตุทาง พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ.ออกติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายอย่างเร่งด่วน
และเมื่อเวลา 23.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ป่าตอง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ ผกก.สภ.ป่าตอง นำโดย พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง รองผกก.สส.สภ.ป่าตอง พร้อมด้วย พ.ต.ต.กรพล เลี้ยงบุญจินดา สว.สส.สภ.ป่าตอง และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ป่าตอง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สาคู ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.สาคู นำโดย ร.ต.ท.ธนาคาร อุ่นรัศมี รอง สว (สอบสวน)สภ.สาคู ร.ต.ท.ยุทธนา ชิตชลธาร รองสวป.สภ.สาคู และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.สาคู ร่วมกันจับกุมตัว นาย SANDEEP SINGH อายุ 30 ปี สัญชาติอินเดีย และ นาย RAJ KUMAR อายุ 36 ปี สัญชาติอินเดีย ที่ได้ที่ บริเวณหน้าร้านเทเลอร์ บริเวณตลาดโอทอป ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จากทางเจ้าหน้าที่ฯจึงควบคุมมาสอบสวนเพื่อขยายผลจับกุมเครือข่ายปลอมพาสปอร์ต
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (21 พ.ค.) พ.ต.อ.จิระศักดิ์ เสียมศักดิ์ ผกก.สาคู เปิดเผยว่า จากการที่ให้เจ้าลงพื้นที่ตรวจสอบและกดดันอย่างหนักจนทราบเส้นทางของคนร้ายหลบหนีไปยัง ต.ป่าตอง ระหว่างนั้น พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง รองผกก.สส.สภ.ป่าตอง ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า คนขับรถรับจ้าง ได้พบเห็นบุคคลลักษณะใกล้เคียงกับผู้ต้องหาต่างชาติ ที่ประกาศหาตัว ในโซเชียลมีเดีย ซึ่งมาปรากฏ ตัวบริเวณหน้าร้านป่าตองซีฟู๊ด จึงได้ถ่ายภาพผู้ต้องหาดังกล่าว ส่งภาพมาให้ชุดจับกุมดู ต่อมาชุดสืบสวนได้ดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดพบเห็นครั้งแรก พบผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เดินผ่านบริเวณดังกล่าวจริง จึงได้ไล่กล้องเพื่อติดตามผู้ต้องหาทั้ง 2 คนต่อไป โดย ชุดสืบสวนสภ.ป่าตอง ได้ตรวจสอบกล้องจนมาถึงเห็นภาพผู้ต้องหาเดินเข้าบริเวณ ซอยตลาดโอทอป จากนั้น ชุดสืบสวนสภ.ป่าตอง ร่วมกับ ชุดสืบสวนสภ.สาคู ได้วางกำลังเดินถามร้านค้า และตรวจสอบภายในตลาดโอทอป ต่อมาพบผู้ต้องหาทั้งสอง เดินอยู่ภายในซอยตลาดโอทอป จึงได้เข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองและนำตัวไปตรวจสอบจุดที่ผู้ต้องหาทั้งสองเปลี่ยนเสื้อผ้า และซุกซ่อนตัวระหว่างหลบหนี จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง2 มาสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมเครือข่ายปลอมหนังสือเดินทาง
จากการตรวจสอบ พบว่า ผู้ต้องหามีชื่อ ตามพาสสปอร์ตจริง คือ นาย RAJ KUMAR เลขหนังสือเดินทาง J3231110 และ นาย SANDEEP SINGH หนังสือเดินทางเลขที่ N7289893 และจากการสอบถามผู้ต้องหา ให้การว่า ได้ติดต่อเครือข่ายเพื่อปลอมหนังสือเดินทาง จากประเทศของอินเดีย ในราคา 2,000,000 รูปี ซึ่งทั้ง 2 คนเดินทางเข้ามาประเทศไทยโดยใช้หนังสือเดินทางตัวจริง จากนั้นทางเครือข่ายได้นำหนังสือเดินปลอมมาส่งให้ที่ จ.ภูเก็ตหลังจากได้หนังสือเดินทางปลอมมา ก็ได้ใช้หนังสือเดินทางปลอม เดินทางผ่าน ตม.ภูเก็ต เพื่อเดินทางไปยังประเทศแคนนาดา โดยจะไปทำงานเป็นกุ๊ก ซึ่งจะเดินทางไปเปลี่ยนเครื่องบินที่ประเทศเกาหลี แต่ถูกประเทศเกาหลีตรวจสอบหนังสือเดินทางพบว่า เป็นหนังสือเดินปลอม ทางประเทศเกาหลีจึงได้ส่งทั้ง 2 คนกลับประเทศต้นทาง คือประเทศไทย และ ตม.ภูเก็ต ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหา มีและใช้หนังสือเดินทางปลอม, และหลบหนีระหว่างควบคุม จึงตัวคุมมาทำบันทึกจับกุมพร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.สาคู เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนการติดตามเครือข่ายปลอมหนังสือเดินทางที่อยู่ในประเทศไทย ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกำลังสืบสวนหาข้อมูลอยู่ในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม สำหรับรายละเอียดพฤติกรรมของ ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ก่อนหน้านี้ สืบเนื่องจากเวลาประมาณ 03.10 น. วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองฯ กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณห้องโถงขาเข้าระหว่างประเทศ ด่าน ตม.ทอ.ภูเก็ต ภายในสนามบินภูเก็ต ได้รับการประสานจากสายการบิน Korean air ว่า มีชายชาวต่างชาติ 2 คน (ผู้ถูกจับ) ได้ถูกดำเนินการส่งกลับมาจากสาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยต้องสงสัยว่าใช้หนังสือเดินทางปลอม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ดำเนินการตรวจสอบชายชาต่างชาติทั้งสอง มีหนังสือเดินทางประเทศโปรตุเกสเลขที่ K453286 ชื่อ Mr.Raj Kumar เกิดวันที่ 12 ต.ค.1981 (ค.ศ.) และ หนังสือเดินทางประเทศโปรตุเกสเลขที่ G4379 ชื่อ Mr.Sandeep Singh เกิดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 1987 (ค.ศ.) ซึ่งจากการตรวจปรากฏว่า กระดาษที่ใช้เรียบ ลายน้ำมองเห็นได้โดยไม่ต้องส่องกับแสงสว่าง เมื่อตรวจดูด้วยแว่นขยายบริเวณหน้าข้อมูลหนังสือเดินทางและหน้าอื่นๆปรากฏเป็นหนังสือเดินทางปลอมทั้งฉบับ
หลังจากนั้นได้นำตัวมาสอบสวน โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ใช้ล่ามในการแปลภาษา ทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางมาจากประเทศอินเดีย ไปยังประเทศมาเลเซีย และเดินทางด้วยรถยนต์ผ่านเข้ามาทางด่าน ตม.สตูล และเดินทางออกจาก ท่าอากาศยานภูเก็ต ไปยังสาธารณรัฐเกาหลีใต้และถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองส่งตัวกลับมายังภูเก็ต โดยทั้งสองรับว่าตนมีสัญชาติอินเดีย และมีชื่อนามสกุลเดียวกันกับในหนังสือเดินทาง
- อบจ.ภูเก็ต มอบเงินอุดหนุนโครงการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬามวลชนและนันทนาการ จ.ภูเก็...
- ภูเก็ตยกระดับ up level ท่องเที่ยวชุมชนภูเก็ต จัดงาน “Phuket Business Matching”...
- อบจ.ภูเก็ต ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการ “ภูเก็ตสีขาว สร้างพื้นที่ปล...
- อบจ.ภูเก็ต เปิดประชุมสภาสมัยสามัญ ประจำปี 2568 สมัยแรก (ครั้งที่ 2)...
- ยิ่งใหญ่ ยกทัพสินค้ากว่า 1,000 รายการ มาอยู่ที่ งาน PHUKET RENOVATION EXHIBITIO...
- ปิดฉากการแข่งขัน “Jungceylon Beach Body Competition 2025”...
- April 2025 (1)
- March 2025 (34)
- February 2025 (23)
- January 2025 (23)
- December 2024 (21)
- November 2024 (25)
- October 2024 (24)
- September 2024 (39)
- August 2024 (33)
- July 2024 (36)
- June 2024 (34)
- May 2024 (38)
- April 2024 (38)
- March 2024 (46)
- February 2024 (37)
- January 2024 (37)
- December 2023 (41)
- November 2023 (33)
- October 2023 (30)
- September 2023 (53)
- August 2023 (53)
- July 2023 (41)
- June 2023 (46)
- May 2023 (48)
- April 2023 (50)
- March 2023 (59)
- February 2023 (61)
- January 2023 (59)
- December 2022 (63)
- November 2022 (64)
- October 2022 (69)
- September 2022 (56)
- August 2022 (59)
- July 2022 (41)
- June 2022 (49)
- May 2022 (60)
- April 2022 (50)
- March 2022 (49)
- February 2022 (40)
- January 2022 (39)
- December 2021 (56)
- November 2021 (51)
- October 2021 (44)
- September 2021 (26)
- August 2021 (31)
- July 2021 (20)
- June 2021 (20)
- May 2021 (17)
- April 2021 (4)
- March 2021 (16)
- February 2021 (20)
- January 2021 (5)
- December 2020 (16)
- November 2020 (18)
- October 2020 (20)
- September 2020 (21)
- August 2020 (15)
- July 2020 (23)
- June 2020 (14)
- May 2020 (8)
- April 2020 (64)
- March 2020 (97)
- February 2020 (48)
- January 2020 (74)
- December 2019 (54)
- November 2019 (49)
- October 2019 (41)
- September 2019 (51)
- August 2019 (61)
- July 2019 (70)
- June 2019 (73)
- May 2019 (81)
- April 2019 (72)
- March 2019 (63)
- February 2019 (70)
- January 2019 (77)
- December 2018 (71)
- November 2018 (84)
- October 2018 (82)
- September 2018 (60)
- August 2018 (88)
- July 2018 (136)
- June 2018 (95)
- May 2018 (99)
- April 2018 (89)
- March 2018 (70)
- February 2018 (83)
- January 2018 (79)
- December 2017 (77)
- November 2017 (87)
- October 2017 (90)
- September 2017 (79)
- August 2017 (111)
- July 2017 (106)
- June 2017 (97)
- May 2017 (77)
- April 2017 (64)
- March 2017 (74)
- February 2017 (62)
- January 2017 (104)
- December 2016 (103)
- November 2016 (106)
- October 2016 (103)
- September 2016 (110)
- August 2016 (132)
- July 2016 (153)
- June 2016 (95)
- May 2016 (124)
- April 2016 (57)
- August 2015 (1)
- June 2015 (2)
- May 2015 (9)
- April 2015 (1)
- March 2015 (2)
- February 2015 (1)