ปปท.จับมือ จ.ภูเก็ต เซ็น MOUขานรับนโยบายรัฐบาลต่อต้านการรับสินบนทุกรูปแบบ

โพสเมื่อ : Tuesday, June 27th, 2017 : 3.54 pm

สำนักงาน ปปท.จับมือ จ.ภูเก็ต ลงนาม MOU  แห่งแรกของประเทศไทยขานรับนโยบายรัฐบาลปีแห่งการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุมัติอนุญาตของทางราชการต่อต้านการรับสินบนทุกรูปแบบ ขับเคลื่อนสู่ Smart Goverment

วันนี้ ( 27 มิ.ย.)  เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(สำนักงาน ป.ป.ท.)และ นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือขับเคลื่อนปีแห่งการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุมัติ อนุญาตของทางราชการ ต่อต้านการรับสินบนทุกรูปแบบ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชนเข้าร่วมกว่า 120 คน

 

สืบเนื่องจากในอดีตปัญหาสถานการณ์การทุจริตอยู่ในลักษณะซับซ้อนและหลากหลายไม่ว่าจะโดยการขาดจิตสำนึกของผู้ปฏิบัติและผู้บริหารระดับนโยบาย กลไกของรัฐไม่อยู่ในกรอบธรรมาภิบาลโดยแท้จริง ส่งผลให้โครงสร้าง ทางการเมืองเศรษฐกิจสังคมและระบบราชการ ของประเทศอ่อนแอ  รัฐบาลจึงได้ออกพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ เมื่อปี 2558 ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดให้มีการจัดทำคู่มือสำหรับประชาชนว่าด้วยขั้นตอนในการรับบริการแต่ละขั้นตอนว่ามีกระบวนการอย่างไร,ใช้เวลาเท่าไร,มีการระบุการรับคำขอและพิจารณาคำขอ  ซึ่งพ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการรับบริการและอุดช่องว่างของการทุจริตคอรัปชั่น

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าจังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดหนึ่งในสองของประเทศที่รัฐบาลกำหนดให้นำร่องเป็นเมือง Smart City โดยเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการเพื่อให้บริการแก่ประชาชน โดยสิ่งที่คำนึงสูงสุดคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยว ดังนั้นจังหวัดภูเก็ตจึงมีนโยบายที่จะขับเคลื่อนภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติบนพื้นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

ทั้งนี้จังหวัดภูเก็ต จะขอต่อสู้กับการทุจริตคอรัปชั่นในทุกรูปแบบโดยเฉพาะการรับสินบนจะต้องไม่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและข้าราชการผู้ปฏิบัติงานในภาครัฐของจังหวัดภูเก็ตจะต้องปฏิบัติงานโดยการยึดหลักธรรมาภิบาลยึดหลักความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัดการให้บริการนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติจะต้องได้รับความสะดวกในการให้บริการอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้จากทุกภาคส่วนและลดระยะเวลาการบริการที่ง่ายขึ้นรวมถึงมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการให้บริการประชาชนให้มากขึ้น

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐสำนักงาน ป.ป.ท. กล่าวว่า  จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดเล็กแต่มีศักยภาพมาก เพราะเป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นอย่างมากหากเจ้าหน้าที่ของรัฐมีการทุจริตก็จะทำให้มีการแพร่กระจายข่าวสารไปต่างประเทศได้ง่ายและโด่งดังไปทั่วโลก ดังนั้นหากสามารถสร้างจังหวัดภูเก็ตให้มีการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลมีการบริการที่โปร่งใส สุจริตได้ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวต่างชาติและเวทีโลกได้

 

สำหรับPhuket Smart City เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่ประสานความร่วมมือกับสำนักงานป.ป.ท.ขับเคลื่อนให้จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัด Smart Government เพื่อส่งเสริมการลงทุนและสนับสนุน Start up ผู้ประกอบการ SMEs ตลอดจนประชาชนที่ขอรับบริการภาครัฐการอนุมัติ อนุญาต ตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ. ศ. 2558 ให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส ปลอดการรับสินบนทุกรูปแบบ ทั้งนี้การขับเคลื่อนปีแห่งการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุมัติอนุญาตของทางราชการ จะนำไปสู่ การแก้ปัญหาและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนป้องกันปัญหาการทุจริตและเป็นการยกระดับธรรมาภิบาลในภาครัฐซึ่งจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นกลไกขับเคลื่อนด้วยกันเฝ้าระวังแจ้งเบาะแสการทุจริตการบริการภาครัฐและร่วมกันยกย่องหน่วยงานที่ให้บริการภาครัฐอย่างมีธรรมาภิบาล

ทั้งนี้สำนักงาน ป.ป.ท.ในฐานะหน่วยตรวจสอบจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ในกรณีที่ประชาชนแจ้งข้อร้องเรียนจากการขอรับบริการภาครัฐโดยสำนักงาน ป.ป.ท.ได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเขตพื้นที่ 8 ในฐานะศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) ส่วนหน้าประสานแจ้งหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน และกรณีมีการทุจริตประพฤติมิชอบให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่บังคับใช้มาตรการทางการบริหาร(ปกครอง/วินัย)ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ 69/2557 อย่างเคร่งครัดต่อไป