ทต.ราไวย์ ร่วมกับ ทต.ฉลอง -ปภ.ภูเก็ต-อบจ.ภูเก็ต  เก็บซากเรือสปีดโบ๊ทถูกไฟไหม้ ผู้ประกอบการร้องขอทราบสาเหตุ

โพสเมื่อ : Tuesday, January 13th, 2026 : 3.23 pm

ทต.ราไวย์ ร่วมกับ ทต.ฉลอง -ปภ.ภูเก็ต-อบจ.ภูเก็ต  เก็บซากเรือสปีดโบ๊ท ทำความสะอาดชายหาด จากเหตุไฟไหม้เรือหน้าอ่าวฉลอง  ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน  ขณะที่ประกอบการอยากรู้ต้นเหตุเพลิงไหม้

วันนี้ (13 มกราคม 2569) เทศบาลตำบลราไวย์ นำโดย นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรี ร่วมกับ เทศบาลตำบลฉลอง นำโดย นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรี พร้อมด้วย พร้อมเจ้าหน้าที่กองช่าง กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สมาชิกสภา เทศบาลตำบลราไวย์และเทศบาลตำบลฉลอง รวมทั้งป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต

ร่วมเก็บซากเรือสปีดโบ๊ทจากเหตุการณ์ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ท จอดอยู่หน้าอ่าวฉลอง  เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว  มีเรือสปีดโบ๊ท ได้รับความเสียหายจำนวน  24 ลำ มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท รวมไปถึงทำความสะอาดเพื่อคืนความสวยงามให้ชายหาดท่าเรืออ่าวฉลอง

โดยนายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง กล่าวว่า ในการดำเนินการเก็บกวาดซากเรือสปีดโบ๊ท ในครั้งนี้เป็นความร่วมมือของ อบจ.ภูเก็ต เทศบตำบลฉลอง เทศบาลตำบลราไวย์ ปภ.  เจ้าท่าภูเก็ต เพื่อจัดเก็บซากเรือไปกำจัด โดยวันนี้จะดำเนินการให้เสร็จ เพื่อให้การใช้พื้นที่สามารถกลับมาใช้ได้ตามปกติ  ส่วนของการดูแลพื้นที่  ทาง อบจ.จะเข้ามาดูแลในเรื่องของการเพิ่มไฟฟ้า แสงสว่าง รวมทั้งมีการติดตั้งกล้อง cctv เพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลตรวจตราตลอดเวลา รวมทั้งมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของระบบดับเพลิง จะมีการประสานความร่วมมือร่วมกันทั้ง 3 หน่วยงานทั้ง เทศบาลฉลอง เทศบาลราไวย์ และ อบจ.ภูเก็ต เพื่อให้ศักยภาพในการทำงานดีขึ้น

ส่วนเรื่องการจอดเรือในบริเวณชายหาด หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเข้ามาจัดระเบียบเรื่องของที่จอดเรือ เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์การเกิดซ้ำ

ขณะที่นายเทมส์ ไกรทัศน์ นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์  กล่าวว่า สำหรับในส่วนของการดูช่วยเหลืผู้ประกอบการที่เรือถูกไฟหม้ นั้น ในส่วนของ เทศบาลตำบลราไวย์ ได้เข้าดำเนินการเก็บซากเรือ อุปกรณ์ที่เจ้าของเรือยังสามารถใช้ได้ หรือนำไปขายแปลงเป็นเงินได้ครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในการจัดเก็บ และวันนี้ก็เป็นความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากทุกภาคส่วน โดยประสานความร่วมมือขอสนับสนุนเครื่องจักร จาก อบจ.ภูเก็ต และ ปภ. เข้ามาดำเนินการ เพือเคลียร์พื้นที่

นายเทมส์ ยังได้กล่าวต่อถึงความกังวลของเจ้าของเรือ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ตำบลราไวย์ ว่า จากการพูดคุยกับทางผู้ประกอบการ สิ่งที่ทางผู้ประกอบการอยากจะสื่อสารคือเรื่องของสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ทุกคนเชื่อว่าต้องมีต้นเหตุ ส่วนจะเกิดจากอะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องมีสาเหตุ  ผู้ประกอบการเองมีความรู้สึกว่าตัวเองนอนหลับอยู่ดีๆ ตื่นขึ้นมาทรัพย์สินเสียหายหมด ช่วงนี้เป็นช่วงที่เค้าทำเงินได้ แต่อยู่ๆเรือเสียหายหมดเลย เรือลำหนึ่งก็หลายล้านบาท ตอนนี้สิ่งที่เค้าอยากรู้คือต้นเหตุของการเกิดเพลิงไหม้เกิดจากอะไร และต้นเหตุจะมารับผิดชอบอย่างไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะผู้ที่ได้รับความเสียหายไม่ได้รับรู้ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่เค้าได้รับความเสียหายไปแล้ว ตอนนี้ทางผู้ประกอบ์ความชัดเจนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามในส่วนของความคืบหน้าของคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริง