ทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ “ยูฟันสโตร์” ยึดทรัพย์ 250 ล้าน

โพสเมื่อ : Friday, April 10th, 2015 : 11.26 am

ตำรวจ บก.ปคบ.ผสานกำลัง ปปง.-สคบ.บุกจับกุมผู้บริหาร-ผู้ถือหุ้น บ.ยูฟันสโตร์ จำกัด เครือข่ายแชร์ลูกโซ่รายใหญ่ หลังมี ปชช.ร้องเรียนจำนวนมาก อ้างทำธุรกิจขายตรงแต่กลับไม่มีการขายสินค้า ออกเงินสกุล “ยูโทเคน” ชำระออนไลน์ เผย ปปง.ยึดทรัพย์เครือข่ายนี้ไปแล้ว 250 ล้าน

 วันนี้ (10 เม.ย.) เมื่อเวลา 07.00 น. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวการคุ้มครองผู้บริโภค (รอง ผบก.ปคบ.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.ปคบ. เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าตรวจค้นเพื่อทลายเป้าหมายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ บริษัท ยูฟันสโตร์ จำกัด หลังมีประชาชนเข้าร้องเรียนว่าถูกฉ้อโกงจากเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

จุดแรกเจ้าหน้าที่นำหมายศาลเข้าตรวจค้นภายในบ้านเลขที่ 9/2 ซอยรามอินทรา 62 แยก 1 แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กทม. จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่พบ ว่าที่ ร.ต.ฤทธิเดช วรงค์ อาชีพทนายความ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 621/2558 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2558 ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดย ว่าที่ ร.ต.ฤทธิเดชเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่มากถึงร้อยละ 51 ส่วนนายอาทิตย์ ปานแก้ว ผู้ถือหุ้นร่วมที่อยู่ในหมายจับไม่ได้อยู่ในสถานที่ดังกล่าวด้วย โดยพบว่าที่พักถูกใช้เป็นสำนักงานในการดำเนินธุรกิจ และพบเอกสารธุรกรรมทางการเงินจำนวนมาก พร้อมทั้งพบทรัพย์สินมีค่าที่เป็นอุปกรณ์ทางโหราศาสตร์จำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน

558000004317516

ว่าที่ ร.ต.ฤทธิเดชกล่าวว่า ตนเองเข้าเป็นสมาชิกของบริษัทนี้เมื่อปี 2557 ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้ฉ้อโกงตามที่ถูกกล่าวหา เพราะไม่มีการจำหน่ายสินค้าของบริษัท แต่เป็นลักษณะของการนำสินค้าจากสมาชิกมาจำหน่ายกันเอง โดยบริษัทเป็นเหมือนช่องทางที่ทำให้ผู้ซื้อกับผู้ขายมาเจอกัน โดยรายได้ของบริษัทก็จะมาจากเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างจากการขายสินค้า

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวว่า การเข้าจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรม และศูนย์แก้ไขปัญหาเพื่อความมั่นคง ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ว่าถูกฉ้อโกง พล.อ.ประวิตรจึงได้สั่งการมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เร่งสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงหาวิธีดำเนินการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยดำเนินการทั้งทางแพ่ง และอาญาต่อเครือข่ายดังกล่าว

“พบว่าบริษัทนี้ดำเนินธุรกิจไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ในการขอจดทะเบียนเป็นบริษัทขายตรง เนื่องจากไม่พบว่ามีการซื้อขายสินค้าเหมือนธุรกิจขายตรงอื่น และเมื่อตรวจสอบแหล่งที่ตั้งของโรงงานผลิตสินค้าที่บริษัทระบุไว้ พบเป็นเพียงร้านขายของชำ และดำเนินธุรกิจโดยออกสกุลเงินของตนเองใช้ในหมู่สมาชิกเรียกว่ายูโทเคน ใช้แทนสกุลเงินปกติ แต่อยู่ในรูปแบบดิจิตอล ซื้อขายแลกเปลี่ยนกันในโลกออนไลน์ เสียค่าสมัครคนละ 17,000 บาท เบื้องต้น สคบ.ได้เพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทเมื่อวันที่ 8 เมษายน หลังเชิญผู้บริหารเข้าพบถึง 3 ครั้ง แต่ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร และ ปปง.ยึดทรัพย์จากเครือข่ายดังกล่าวได้ 250 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้บริหารและผู้ถือหุ้น 8 คน เป็นชาวมาเลเซีย 3 คน และคนไทย 5 คน ทั้งหมดเป็นระดับเจ้าของผู้ประกอบการ” ผู้ช่วย ผบ.ตร.ระบุ

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวด้วยว่า สำหรับรูปแบบการฉ้อโกงของเครือข่ายนี้จะมี 3 รูปแบบ คือ ไม่จ่ายผลตอบแทนตามแผนที่ระบุต่อนายทะเบียน โทษปรับ 3 แสนบาท ชักชวนให้สมาชิกเข้ามาร่วมเครือข่ายโดยได้รับผลตอบแทนจากการชวนบุคคลอื่นเข้าร่วม โทษจำคุก 5 ปี ปรับ 5 แสนบาท กู้ยืมเงินเพื่อฉ้อโกงประชาชน โทษจำคุก 5-10 ปี ปรับ 5 แสนถึง 1 ล้านบาท ทั้งนี้ จากการประเมินของเจ้าหน้าที่พบว่ามีสมาชิกในเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ไม่ต่ำกว่าแสนคน และมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่าหมื่นล้านบาท แต่ตอนนี้เราคำนวนในช่วงเวลาสั้นๆ สามารถยึดทรัพย์ได้กว่า 250 ล้าน จากค่าสมาชิกคนละ 17,000 บาท มีผู้เสียหายจากกรณีนี้ประมาณ 14,700 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา ณ ที่ทำการบริษัท

ปิดโหมดสีเทา